เกาหลีเหนือยืนยันทดสอบอาวุธเพื่อป้องกันตัวเอง

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรครัฐบาลเกาหลีเหนือกล่าวว่า การทดสอบขีปนาวุธเป็น “สิทธิอันชอบธรรม” เพื่อเตรียมพร้อมปกป้องตัวเอง “จากภัยคุกคามภายนอก”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ว่าสำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) รายงานว่า นายรี พยอง-ชอล เลขาธิการคณะกรรมการกลางของพรรคคนงาน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลตลอดกาลของเกาหลีเหนือ กล่าวถึงการทดสอบ “ขีปนาวุธนำวิถีทางยุทธวิธีรุ่นล่าสุด” สามารถติดตั้งหัวรบที่มีน้ำหนักสูงสุด 2.5 ตัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมของเกาหลีเหนือ ในการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันตัวเอง “ให้รอดพ้นจากการคุกคาม” ของสหรัฐและเกาหลีใต้ ที่ยังคงซ้อมรบร่วมกันและซุ่มพัฒนาอาวุธ
 
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ประณามความเคลื่อนไหวทางทหารดังกล่าวของเกาหลีเหนือ ที่ถือเป็นการยิงขีปนาวุธครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ในรัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบัน เป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) “อย่างโจ่งแจ้ง” แม้ไบเดนยืนยันว่ารัฐบาลวอชิงตัน “ยังไม่ปิดตาย” การแสวงหาช่องทางเจรจาอย่างสันติตามหลักการทูตกับรัฐบาลเปียงยาง แต่สหรัฐไม่ลังเล “ที่จะตอบโต้” หากเกาหลีเหนือ “เลือกเป็นฝ่ายยกระดับสถานการณ์”  
 
อย่างไรก็ตาม รีวิจารณ์คำพูดของผู้นำสหรัฐ “เป็นการล่วงล้ำอธิปไตย” และเตือนว่า รัฐบาลวอชิงตันอาจได้เผชิญกับ “เหตุการณ์ไม่คาดฝัน” หากยังคงไม่ยุติการแสดงทรรศนะที่ปราศจากการไตร่ตรองเช่นนี้ และทิ้งท้ายว่า โครงการพัฒนาและผลิตอาวุธของเกาหลีเหนือ “ไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจจากใคร” และสหรัฐไม่ควรอาศัยเรื่องนี้กำหนดนโยบายของตัวเอง
 
ขณะที่นางจาลินา พอร์เตอร์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า การทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้น เป็นบ่อนทำลายเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ แต่เธอยังไม่ได้ให้ความคืบหน้าอย่างชัดเจนเกี่ยวกับ “การทบทวน” นโยบายของสหรัฐที่มีต่อเกาหลีเหนือ โดยกล่าวว่า “อยู่ในช่วงสุดท้าย”